[Exclusive] อัยการเกาหลีใต้มีคำสั่ง ไม่ฟ้อง ผู้บริหารของ HYBE และ BELIFT LAB ในทุกข้อกล่าวหาที่มินฮีจินยื่นฟ้อง


อัยการเกาหลีสั่งไม่ฟ้องทุกคดีที่มินฮีจินยื่นฟ้อง HYBE และ BELIFT LAB: ทำไมคำว่า “บริหารงานด้วยไสยศาสตร์” จึงไม่ถือเป็นข้อมูลเท็จ?

ความขัดแย้งระหว่าง มินฮีจิน อดีต CEO ของ ADOR และ HYBE ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2024 ได้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เมื่ออัยการเกาหลีใต้มีคำสั่ง ไม่ฟ้อง ผู้บริหารของ HYBE และ BELIFT LAB ในทุกข้อกล่าวหาที่มินฮีจินยื่นฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อหาหมิ่นประมาท การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือคำกล่าวหาของ HYBE ที่ระบุว่ามินฮีจินมีลักษณะของ “주술경영” หรือ “การบริหารงานด้วยไสยศาสตร์” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อร้อนแรงที่สุดของวงการ K-pop ตลอดสองปีที่ผ่านมา

อัยการระบุว่า คำว่า “บริหารงานด้วยไสยศาสตร์” อาจเป็นการแสดงออกที่เกินจริงหรือเป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงเพื่อวิจารณ์บุคคล แต่ไม่สามารถถือเป็น “ข้อมูลเท็จ” ได้ เนื่องจากจากการตรวจสอบหลักฐาน พบว่ามีบทสนทนาจริงระหว่างมินฮีจินกับบุคคลที่ถูกเรียกว่า “ชามัน” หรือหมอผี ซึ่งมีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นด้านการบริหาร การดำเนินงานของบริษัท รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศิลปินในสังกัด

กล่าวอีกนัยหนึ่ง อัยการไม่ได้รับรองว่ามินฮีจินบริหารบริษัทโดยยึดหลักไสยศาสตร์ แต่เห็นว่าการที่ HYBE ใช้คำดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริงบางส่วน จึงไม่เข้าข่ายการสร้างเรื่องขึ้นมาโดยไม่มีมูล

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวหาที่ว่า มินฮีจินพยายามนำ ADOR และวง NewJeans ออกจาก HYBE ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทั้งหมด มินฮีจินยืนยันมาโดยตลอดว่า HYBE บิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างภาพว่าเธอพยายามยึดอำนาจหรือแยกบริษัทออกจากองค์กรแม่

อย่างไรก็ตาม อัยการอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลในคดีก่อนหน้าซึ่งระบุว่า มีหลักฐานที่แสดงถึงการหารือและเตรียมการบางอย่างเกี่ยวกับการพา NewJeans แยกตัวของ ADOR ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนด้านสื่อ การพิจารณาทางกฎหมาย หรือการวิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคต แม้จะไม่ได้หมายความว่ามินฮีจินกระทำผิดกฎหมาย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อัยการเห็นว่า ข้อกล่าวหาของ HYBE ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นจากศูนย์

ด้วยเหตุนี้ การที่ HYBE กล่าวหาว่ามินฮีจินมีความพยายามพา NewJeans แยกตัวออกจากบริษัท จึงไม่อาจถูกตีความว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

ในส่วนของข้อกล่าวหาที่ว่า HYBE เข้าถึงอีเมลและข้อมูลภายในของ ADOR โดยมิชอบ อัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นในกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัทแม่ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบอำนาจที่องค์กรมีอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีเอกสารและข้อตกลงด้านความปลอดภัยข้อมูลที่พนักงานได้ลงนามไว้ก่อนหน้า จึงไม่พบองค์ประกอบของความผิดทางอาญา

ส่วนกรณีข้อพิพาทระหว่าง NewJeans และ ILLIT ซึ่งมินฮีจินเคยกล่าวหาว่า ILLIT มีการลอกเลียนแนวคิด ภาพลักษณ์ และทิศทางการสร้างแบรนด์ของ NewJeans นั้น อัยการเห็นว่าข้อโต้แย้งของ BELIFT LAB เป็นการแสดงความเห็นและการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท มากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อทำลายชื่อเสียงของมินฮีจิน

อัยการยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลที่เคยระบุว่า แม้จะมีองค์ประกอบบางอย่างที่ดูคล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ในทางกฎหมายว่า ILLIT ลอกเลียน NewJeans อย่างที่ถูกกล่าวหา


หัวใจสำคัญของคำสั่งไม่ฟ้องครั้งนี้อยู่ที่ประโยคหนึ่งซึ่งกำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเกาหลีใต้ว่า “คำว่าบริหารงานด้วยไสยศาสตร์เป็นการแสดงออกที่เกินจริง แต่ยากจะมองว่าเป็นข้อมูลเท็จ” ประโยคดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของอัยการอย่างชัดเจนว่า แม้ถ้อยคำที่ HYBE ใช้อาจรุนแรงหรือมีลักษณะชี้นำความคิดเห็นสาธารณะ แต่ตราบใดที่ยังมีข้อเท็จจริงรองรับอยู่บางส่วน ก็ไม่สามารถนำไปสู่ความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จได้

https://n.news.naver.com/article/032/0003451303?sid=102
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่